
การจัดพอร์ตการลงทุนที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นจากการเลือกสินทรัพย์ แต่เริ่มที่ “มุมมองการลงทุน” ที่ชัดเจนและมีเหตุผล Investment View 2025 จาก Plan For Rich จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของเศรษฐกิจ แนวโน้มตลาด และโอกาสในแต่ละประเภทสินทรัพย์ พร้อมคำแนะนำในการวางแผนจัดพอร์ตให้เหมาะกับเป้าหมายและความเสี่ยงของคุณ
📌 สรุปมุมมองตลาดหุ้นทั่วโลก
🇺🇸 สหรัฐอเมริกา – Neutral
- เศรษฐกิจยังแข็งแกร่งกว่าคาด จากแรงหนุนของ การบริโภคภาคเอกชน (Consumer Spending)
- เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ยังทรงตัวสูง แต่เริ่มเห็น ตลาดแรงงานอ่อนตัว จากผลของ AI Disruption
- แนวโน้ม Fed อาจลดดอกเบี้ย ภายใต้แรงกดดันทางการเมือง ช่วยหนุน Valuation ตลาดยังสูง ลดความเสี่ยง P/E de-rating
- กำไรตลาดหุ้นยังขับเคลื่อนโดย Big Tech และหุ้นกลุ่ม AI-related ที่เติบโตโดดเด่น
- กลยุทธ์: ลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวน เช่น ES-GAINCOME-A, K-GPINUH-A
🇪🇺 ยุโรป – Neutral
- ECB มีแนวโน้มคงดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้อเริ่มฟื้นจากระดับต่ำสุด
- เศรษฐกิจยุโรปมีสัญญาณฟื้นตัว จากการเพิ่มงบกระตุ้นลงทุนของรัฐบาลเยอรมนี
- แม้มีความผันผวนจาก การเมืองฝรั่งเศส แต่ตลาดได้แรงหนุนจาก การซื้อหุ้นคืน (Share Buyback)
- การซื้อหุ้นคืนต่อเนื่องช่วยหนุนให้ EPS ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ประมาณการกำไรถูกปรับลดลง จากเศรษฐกิจที่ยังฟื้นไม่เต็มที่
- Valuation ใกล้ค่าเฉลี่ยระยะยาว ยังมีพื้นที่ให้ตลาดฟื้นต่อได้
- กลยุทธ์: คงสัดส่วน ผ่านกองทุน ES-GA-A
🇯🇵 ญี่ปุ่น – Slightly Positive
- เงินเฟ้อเริ่มชะลอลง จากมาตรการอุดหนุนค่าน้ำ-ค่าไฟของรัฐบาล แต่ ราคาสินค้าอาหารยังสูง ทำให้เงินเฟ้อยังเกินคาด
- ตลาดคาดว่า BoJ อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง แบบค่อยเป็นค่อยไป
→ เป็นบวกต่อ หุ้นกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน - ภาครัฐเร่งผลักดัน Corporate Governance Reform
→ บังคับบริษัทที่มี Cross-shareholding ต้องเปิดเผยแผนขายภายใน 5 ปี
→ ช่วยเพิ่มความโปร่งใสและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ - กลยุทธ์: ทยอยสะสมผ่านกองทุน ASP-NGF
🇨🇳 จีน – H-shares: Slightly Positive | A-shares: Neutral
- สภาพคล่องในประเทศดีขึ้น จากแรงหนุนของนักลงทุนรายย่อยและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ
- แม้ การบริโภคและเงินเฟ้อยังอ่อนแอ และ GDP ต่ำกว่าเป้าหมาย 5%
→ แต่รัฐบาลยังคง เดินหน้ากระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุนต่อเนื่อง - ลุ่มเทคโนโลยีเริ่มปรับโครงสร้าง โดยบริษัทใหญ่ เช่น Alibaba / Baidu เร่งพัฒนา AI Training Chip ลดการพึ่งพา Nvidia
→ เป็นบวกต่อกลุ่ม AI และ Semiconductor - หุ้นกลุ่ม “Terrific Ten” ยังน่าสนใจ
→ Forward P/E เฉลี่ย ~18.9 เท่า ใกล้ค่าเฉลี่ย 10 ปี
→ คาด EPS โตเฉลี่ย >20% ต่อปี (2024–2027) สะท้อนโอกาสฟื้นตัวระยะกลาง - กลยุทธ์: ทยอยสะสม MEGA10CHINA-A และพิจารณาสับออกจาก A-shares
🇮🇳 อินเดีย – Slightly Positive
- เศรษฐกิจยังแข็งแกร่งจาก Domestic Demand โดย Composite PMI ทำสถิติสูงสุดในรอบ 17 ปี
→ ภาคบริการโตเร็วสุดตั้งแต่ปี 2010
→ ภาคการผลิตโตเร็วสุดในรอบ 5 ปี - ได้รับแรงกดดันจาก ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ แต่กระทบจำกัด (ส่งออกเพียง 2.1% ของ GDP)
- Foreign Flow ไหลออกต่อเนื่อง ตั้งแต่ ก.ค. แต่ได้รับแรงหนุนจาก
→ S&P Global ปรับเพิ่มเครดิตเรตติ้งครั้งแรกในรอบ 18 ปี
→ การปฏิรูปภาษี GST เหลือ 2 อัตรา หนุนกำลังซื้อและ Nominal GDP +0.6% - Earnings Revision เริ่มชะลอลง หลังถูกปรับลดต่อเนื่อง
- Valuation ยังสูง เมื่อเทียบกับตลาดเกิดใหม่อื่น
- กลยุทธ์: ทยอยสะสม TISCOINA-A และ B-BHARATA
🇰🇷 เกาหลีใต้ – Slightly Positive
- ได้แรงหนุนจาก ความต้องการชิปหน่วยความจำขั้นสูง (HBM, DRAM) ที่พุ่งขึ้นตามกระแส AI Demand
→ SK Hynix และ Samsung Electronics มีคำสั่งซื้อล้นมือ - การส่งออกเทคโนโลยีเติบโตแข็งแรง หนุนให้ EPS Revision ของตลาดเริ่มฟื้นตัว
- Valuation หุ้นเทคเกาหลียังถูกกว่า สหรัฐฯ และจีน
- รัฐบาลเดินหน้าผลักดัน “Korea Value-Up Program”
→ กระตุ้นการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback)
→ ยกระดับ Corporate Governance เพื่อปลดล็อก “Korea Discount”
→ ปูทางสู่การเป็นตลาดพัฒนาแล้ว (MSCI DM) - กลยุทธ์: คงสัดส่วนการลงทุนใน SCBKEQTG
🇹🇭 หุ้นไทย – Slightly Positive
- ได้แรงหนุนจาก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ เช่น
→ โครงการ “คนละครึ่ง”
→ ยกเว้นภาษีเงินปันผล สำหรับโครงการ Thai ESG แบบถาวร
→ ช่วยหนุนทั้ง Sentiment การลงทุนและการบริโภคในประเทศ - ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเริ่มฟื้น ขณะที่ผู้บริโภครอแรงส่งเพิ่มเติมจากนโยบายรัฐ
- ผ่อนคลายเกณฑ์ Share Buyback ทำให้บริษัทไทยซื้อหุ้นคืนมากที่สุดในรอบหลายปี
→ ช่วยพยุง Valuation ตลาดที่ยังถูก
→ Dividend Yield ของ SET / SETHD ยังสูงและน่าดึงดูด - กลยุทธ์: ทยอยสะสม TISCOHD-A (หุ้นปันผลสูง)
🇻🇳 เวียดนาม – Positive
- ได้แรงหนุนจากข่าว การอัปเกรดสู่ Emerging Market (Effective ก.ย. 2026)
→ คาดดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้ามี นัยสำคัญ - เศรษฐกิจภายในขยายตัวต่อเนื่อง จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
→ SBV เพิ่มวงเงินสินเชื่อ สนับสนุนภาคเอกชน - ดัชนี PMI อยู่ในแดนขยายตัว (50.4) สะท้อนกิจกรรมเศรษฐกิจที่แข็งแรง
- รายได้รัฐบาลครึ่งปีแตะกว่า 50% ของเป้าหมายทั้งปี แสดงถึงฐานะการคลังมั่นคง
- Valuation ยังอยู่ระดับต่ำ และ EPS ถูกปรับขึ้นต่อเนื่อง หนุนแนวโน้มการเติบโตระยะยาว
- กลยุทธ์: แนะนำลงทุน PRINCIPAL VNEQ-A
💵 ตราสารหนี้โลก – Positive
- Bond Yield ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ Carry Yield จากการถือตราสารหนี้ยังน่าสนใจ
- Fed มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยในอนาคต แม้อาจไม่รีบ แต่เป็น Upside ต่อราคาตราสารหนี้
- Corporate Spread ทั้ง Investment Grade และ High Yield ยังอยู่ในระดับ ตึงตัวมาก
→ แนะนำลงทุนแบบ Selective ในตราสารหนี้คุณภาพสูง (High Quality Bonds)
→ เน้นกระจายความเสี่ยงระหว่าง Sovereign และ Corporate Bond - กลยุทธ์: ลงทุนใน K-GDBOND-A
🪙 ทองคำ – Slightly Positive
- แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่ม BRICS ยังคงเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำต่อเนื่อง
- ได้แรงหนุนจาก การขยายตัวของ M2 ในสหรัฐฯ สะท้อนถึง สภาพคล่องโลกที่ดีขึ้น ช่วยพยุงราคาทองคำให้อยู่ในระดับสูง แม้จะมีแรงขายทำกำไรเป็นระยะ
- กลยุทธ์: ทยอยสะสม KT-GOLDUH-A, K-GOLD-A(A)
กองทุนแนะนำ
🏆 Mutual Fund
- CHINA: MEGA10CHINA-A
- INDIA: TISCOINA-A, B-BHARATA
- VIETNAM: PRINCIPLE VNEQ-A
- BOND: UGIS-N, K-APB-A(A)
- GOLD: KT-GOLDUH-A, K-GOLD-A(A)
🎖️Retirement Mutual Fund (RMF)
- CHINA: MEGA10CHINARMF
- VIETNAM: KVIETNAMRMF
- BOND: UGISRMF
- GOLD: K-GDRMF
👑 ThailandESG
- Thai Equity: K-TNZ-ThaiESG
- Thai Bond: K-ESGSI-ThaiESG, KKP GB THAI ESG
มุมมองการลงทุนในแต่ละช่วงเวลาอาจเปลี่ยนไป แต่การมีแผนจัดพอร์ตที่เหมาะสมกับสถานการณ์ คือหัวใจของการลงทุนระยะยาวอย่างมั่นคง หากคุณต้องการวางแผนลงทุนอย่างมีแบบแผนและเห็นภาพรวมได้ง่ายขึ้น อย่าลืมกลับมาอัปเดต Investment View จาก Plan For Rich ในทุกๆเดือน